แรงบันดาลใจและความหวัง : บทบาทของเวชศาสตร์ฟื้นสภาพในระบบสุขภาพไทย

โดย พญ.มะลิ วิโรจน์สกุลชัย

ในโลกที่ผู้คนมีอายุยืนยาวขึ้นอย่างต่อเนื่อง ความท้าทายด้านสุขภาพที่มาพร้อมกับวัยที่เพิ่มขึ้นกลับกลายเป็นสิ่งที่ยังไม่ได้รับการตอบโจทย์อย่างแท้จริง หลายคนเผชิญกับโรคเรื้อรัง อาการอ่อนล้า และคุณภาพชีวิตที่ถดถอย แม้จะได้รับการรักษาด้วยแนวทางแพทย์แผนปัจจุบันหรือการดูแลแบบประคับประคองก็ตาม

สำหรับแพทย์หญิงมะลิ วิโรจน์สกุลชัย ซึ่งมองเห็นปัญหาเหล่านี้อยู่รอบตัว นี่จึงกลายเป็นแรงบันดาลใจสำคัญที่ผลักดันให้เธอก้าวเข้าสู่โลกของ เวชศาสตร์ฟื้นสภาพ (Regenerative Medicine) และการรักษาด้วยฮอร์โมน ด้วยความเชื่อมั่นว่า “ชีวิตที่มีพลัง ย้อนวัย ไร้โรค และอายุยืน” ไม่ใช่ความฝันลมๆ แล้งๆ หากเราสามารถคืนความสามารถในการซ่อมแซมตัวเองให้กับร่างกายได้อย่างแท้จริง

“ร่างกายของเรามีกลไกในการฟื้นฟูอยู่ตลอดเวลา แต่เมื่ออายุมากขึ้น ความสามารถเหล่านั้นลดลง ทั้งในแง่ปริมาณและคุณภาพของฮอร์โมน รวมถึงสเต็มเซลล์ การฟื้นสภาพจึงต้องอาศัยเทคโนโลยีและองค์ความรู้ใหม่ที่สามารถกระตุ้น หรือเสริมศักยภาพเหล่านี้ให้กลับคืนมาได้อีกครั้ง” คุณหมอกล่าวด้วยแววตามุ่งมั่น

ด้วยศักยภาพอันล้ำหน้าของ Regenerative Medicine ที่ไม่เพียงแต่รักษาโรค แต่ยังฟื้นฟูสุขภาพระดับเซลล์ให้กลับมาแข็งแรงและมีพลัง เธอจึงคาดหวังอย่างแรงกล้าว่าระบบสุขภาพของประเทศไทยจะเปิดกว้าง และบูรณาการเวชศาสตร์แนวใหม่นี้เข้าสู่บริการสุขภาพอย่างจริงจังและทั่วถึง

“ดิฉันอยากเห็นคนไทยทุกคนเข้าถึงโอกาสในการย้อนวัยอย่างมีคุณภาพ ไม่ใช่แค่กลุ่มคนที่มีโอกาสเท่านั้น แต่มากกว่านั้นคือการยกระดับสุขภาพของคนทั้งประเทศ”

ด้วยเหตุนี้ งานประชุมสัมมนา “WOSAAM THAILAND Recent Advance in Regenerative Medicine 2025”,  Hormones Treatment and Stem Cells, New Way to Treat Chronic Diseases and Boost Natural Beauty ซึ่งกำลังจะจัดขึ้นวันที่ 2-4 ตุลาคม พ.ศ. 2568 ณ โรงแรม Bay beach , พัทยา จึงถูกออกแบบให้เป็นมากกว่างานวิชาการทั่วไป หากแต่เป็นเวทีของการเปลี่ยนแปลงและจุดประกาย

โดยมีเป้าหมายหลัก 3 ประการ คือ:

  1. สร้างความรู้ความเข้าใจด้านเวชศาสตร์ฟื้นสภาพ และการดูแลสุขภาพแนวใหม่ให้กับแพทย์ บุคลากรทางสาธารณสุข และประชาชนทั่วไป
  2. รวมพลังแนวร่วมเพื่อพัฒนาและผลักดันนโยบายที่เกี่ยวข้องกับการใช้ฮอร์โมนและสเต็มเซลในการฟื้นฟูสุขภาพ
  3. ขยายผลทางวิทยาการเพื่อให้ Regenerative Medicine ได้รับการยอมรับและขับเคลื่อนไปในวงกว้าง ทั้งในระดับคลินิก โรงพยาบาล และระบบสาธารณสุขของประเทศ

 

“เราต้องการให้การดูแลสุขภาพในอนาคตไม่ใช่แค่การรักษาเมื่อป่วย แต่เป็นการฟื้นคืนพลังให้กับชีวิต ตั้งแต่ก่อนเจ็บป่วย เพื่อให้คนไทยมีชีวิตที่แข็งแรง สดใส และยืนยาวอย่างแท้จริง”

 

ฮอร์โมนและสเต็มเซลล์: กุญแจสำคัญในการยกระดับทักษะแพทย์ไทย

ในยุคที่โรคเรื้อรังกลายเป็นปัญหาหลักของระบบสุขภาพ การเรียนรู้เรื่องฮอร์โมนและสเต็มเซลล์ไม่ได้เป็นเพียงแค่ความรู้เฉพาะทาง หากแต่เป็นเครื่องมือสำคัญในการเสริมสร้าง “ทักษะเชิงลึก” ของแพทย์ไทยในทุกสาขา

“ความรู้เรื่องฮอร์โมนและสเต็มเซลล์ ช่วยให้แพทย์สามารถเข้าใจกลไกความเสื่อมลึกถึงระดับเซลล์ และสามารถรักษาโรคเรื้อรังได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น” ไม่เพียงแต่ช่วยให้ โรคทุเลา หรือหายขาด ได้ในบางกรณี แต่ยังสามารถ ลดความรุนแรงของโรคป้องกันภาวะแทรกซ้อน, และแม้แต่ ลดอัตราการเสียชีวิตฉับพลัน จากภาวะที่ควบคุมได้ยาก โดยเฉพาะในผู้สูงอายุ การฟื้นฟูร่างกายด้วยแนวทางนี้สามารถช่วยให้พวกเขากลับมามีชีวิตที่มีพลัง ไม่ทุกข์ทรมานจากความเสื่อมถอยของร่างกาย

“เป้าหมายสูงสุด คือ การสร้างคุณภาพชีวิตที่ดีให้กับประชาชนไทย – มีพลัง ย้อนวัย ไร้โรค และอายุยืน” แน่นอนว่า หากแพทย์ไทยมีความเข้าใจในศาสตร์ด้านนี้อย่างถ่องแท้ ก็จะสามารถยกระดับการดูแลผู้ป่วยทั้งเชิงป้องกันและฟื้นฟูได้อย่างมีประสิทธิภาพในอนาคต

Regenerative medicine คืออะไร?

Regenerative Medicine (เวชศาสตร์ฟื้นสภาพ) คือสาขาหนึ่งของการแพทย์ที่เน้นการ ฟื้นฟู ซ่อมแซม หรือทดแทนเซลล์ เนื้อเยื่อ หรืออวัยวะ ที่เสื่อมหรือเสียหายจากโรค อายุ หรืออุบัติเหตุ ด้วยเป้าหมายเพื่อฟื้นคืนสมรรถภาพการทำงานของร่างกายให้กลับมาใกล้เคียงปกติที่สุด

หลักการสำคัญของ Regenerative Medicine:

  1. กระตุ้นการฟื้นฟูตนเองของร่างกาย(self-repair) เช่น การใช้ปัจจัยการเจริญเติบโต (growth factors) หรือการกระตุ้นสเต็มเซลล์ภายในร่างกาย
  2. การใช้สเต็มเซลล์ (Stem Cell Therapy) สเต็มเซลล์สามารถเปลี่ยนแปลงเป็นเซลล์ประเภทต่างๆ และช่วยซ่อมแซมเนื้อเยื่อที่เสียหาย เช่น เซลล์ประสาท กล้ามเนื้อ หรือกระดูก
  3. การใช้วิศวกรรมเนื้อเยื่อ (Tissue Engineering) เช่น การสร้างอวัยวะเทียมจากเซลล์ของผู้ป่วยเองร่วมกับโครงสร้างชีวภาพ (scaffold)
  4. การใช้สารชีวโมเลกุล (Biologics) เช่น การใช้โปรตีน หรือฮอร์โมนเพื่อช่วยกระตุ้นการซ่อมแซมระดับเซลล์

 

เป้าหมายของเวชศาสตร์ฟื้นสภาพ

“ไม่ใช่แค่การรักษาโรค แต่คือการฟื้นคืนศักยภาพของชีวิต — ให้ร่างกายกลับมาทำงานได้อย่างแข็งแรง มีพลัง และมีคุณภาพชีวิตที่ดีในระยะยาว”

ประวัติและภูมิหลัง Dr. Thierry Hertoghe

  • เกิดที่เมืองแอนท์เวิร์ป ประเทศเบลเยียม เมื่อปี 1957
    youtube.com+13hertoghe.eu+13a4m.com+13emedevents.com
  • จบแพทยศาสตร์ (MD) จาก Université Catholique de Louvain ในปี 1986 และจบสาขาเวชศาสตร์ทั่วไปจาก Université Libre de Bruxelles ในปี 1989
    hertoghe.eu+1hertoghemedicalschool.eu+1
  • ครอบครัวเคียงคู่ทางการแพทย์ทศวรรษ – เขาเป็นคุณหมอรุ่นที่ 4 ที่ทำงานด้านฮอร์โมนตั้งแต่ปี 1892

แนวคิดทางวิชาการ

  • เชื่อว่ากระบวนการแก่ตัวเป็นผลมาจากภาวะฮอร์โมนบกพร่องร่วมกับโภชนาการที่ไม่ดีและวิถีชีวิตไม่เหมาะสม
  • ใช้วิธีการแบบผสม — การเติมฮอร์โมนชีวภาพ (bioidentical), การปรับโภชนาการ และพฤติกรรมสุขภาพ เพื่อช่วยยับยั้งหรือแม้แต่ย้อนวัย
    muscleintelligence.com+2hertoghemedicalschool.eu+2wosaam.ws+2

ผลงานด้านวิชาการ

  • เขียนหนังสือมากกว่า 20 เล่ม เช่นThe Hormone HandbookAtlas of Endocrinology for Hormone TherapyReversing Physical Aging, และล่าสุด Growth Hormone Treatment for Adults
    a4mthailand.org+8hertoghemedicalschool.eu+8a4m.com+8
  • บรรยายในเวทีระดับโลกกว่า 200 งานใน 33 ประเทศ โดยเน้นเรื่องการใช้ฮอร์โมนเพื่อสุขภาพยั่งยืน
    hertoghe.eu+1wosaam.ws+1

บทบาททางวิชาชีพ

การปฏิบัติทางคลินิก

  • ปัจจุบันมีคลินิกในกรุงบรัสเซลส์ ซึ่งมีทีมแพทย์ดูแลคนไข้หลายพันรายต่อปี
  • มุ่งเน้นการดูแลแบบpersonalized medicine ให้เหมาะกับผู้ป่วยแต่ละคน พร้อมการติดตามอย่างใกล้ชิดเพื่อความปลอดภัยสูงสุด

Dr. Thierry Hertoghe เป็นหนึ่งในผู้บุกเบิกด้านเวชศาสตร์ย้อนวัยและทดแทนฮอร์โมนอย่างยั่งยืน
ทั้งในฐานะแพทย์ผู้ปฏิบัติ วิทยากร นักวิชาการ และผู้นำสมาคมสำคัญบนเวทีนานาชาติ